ในโลกของความเป็นจริงแล้วคำว่าสิ่งศักดิ์หรืออำนาจในการขอพรให้ได้สิ่งที่หวังอย่างใจหมายนั้นดูแล้วเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ แต่บังเอิญว่าเรื่องนี้มันเป็นนิทานครับ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า
มีเด็กหนุ่มสามคนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก เล่นด้วยกัน เรียนมาด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนถึงวัยทำงาน แต่ว่าเด็กทั้งสามคนนี้ช่างแตกต่างกันอย่างมาก
คนที่หนึ่ง เป็นคนฉลาดชอบเรียนรู้และมีความคิดที่อยากจะประสบความสำเร็จ อยากทำการใหญ่อยู่ตลอดเวลา
คนที่สอง เป็นคนที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นซักเท่าไหร่ แต่ว่าก็ยังมีความคิด อยู่ในระดับที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
คนที่สาม เป็นคนที่ค่อนข้างที่จะขี้เกียจมาก แบบว่าขอทำอะไรแค่ให้ผ่านไปทีแค่นั้น ไม่อยากจะรับผิดชอบอะไร
ทั้งสามคนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันมาตลอดจนเรียนจบผลการเรียนของทั้งสามคนก็ออกมาแบบ ดีมาก/พอใช้/ต้องแก้ไข ตามลำดับ
และแล้วก็ถึงตอนสำคัญที่ทั้งสามจะต้องออกจากบ้านเข้ากทม.เพื่อมาหางานทำ และทั้งสามก็ใช้เวลาไม่นานก็ได้งานกันทั้งสามคน
คนที่หนึ่ง ด้วยผลการเรียนที่ดีและความตั้งใจสูงเข้าจึงได้ทำงานในตำแหน่งที่ดีในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
คนที่สอง ด้วยผลการเรียนพอใช้ได้และความทะเยอทะยานที่ไม่สูงมากนักของเขา แค่ได้เป็นพนักงานขายของในห้างก็พอแล้ว
คนที่สาม ด้วยผลการเรียนที่แย่และความขี้เกียจ เข้าจึงได้ทำงานก่อสร้าง ทำงานไปวันๆ วันไหนไปทำงานก็ได้เงินวันไหนไม่ไปทำงานก็ไม่ได้เงิน ซึ่งเขาคิดว่าเป็นชีวิตที่มีความสุขมากสำหรับเขา ขี้เกียจวันไหนก็ไม่ต้องไปทำงาน
และชีวิตของหนุ่มทั้งสามก็เป็นไปด้วยดีอยู่ปีแล้วปีเล่า จนเริ่มที่พอจะมีเวลาก็เลยคิดอยากจะไปเที่ยวทะเลกันบ้างเพราะว่าตั้งแต่เกิดมาทั้งสามคนยังไม่เคยเห็นทะเลเลย และแล้วทั้งสามคนก็ออกเดินทางไปเที่ยวทะเลกัน โดยจะไปเที่ยวกันที่เกาะแห่งหนึ่ง ในขณะที่นั่งเรือข้ามฝากไปยังเกาะนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีลมพัดขึ้นมาแรงมากแบบไม่ได้ตั้งตัวจึงทำให้เรือที่ทั้งสามนั่งมานั้นพลิกคว่ำลงในทันที
กว่าที่ทั้งสามจะมารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองมาตกอยู่ที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย แต่เมื่อมองไปรอบๆ กลับพบว่าบรรยากาศของเกาะนี้ก็ไม่เลว ดูสวยงามมาก และแล้วทั้งสามคนก็เริ่มหิวน้ำ ก็เลยรีบช่วยกันเดินหาแหล่งน้ำ แต่ไปเจอกับมะพร้าวต้นนึงเข้า จึงช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรถึงจะเอามะพร้าวลงมาได้ ก็เลยช่วยกันใช้ไม้พยายามกระทุ้งมะพร้าวอยู่หลายทีจนในที่สุดก็มีมะพร้าวลูกนึงตกลงมากระทบกับก่อนหินและก็แตกทันที แต่ว่ากลับไม่มีน้ำมะพร้าวเลยมีแต่กลุ่มควันลอยขึ้นเต็มไปหมด และเมื่อกลุ่มควันนั้นได้ลอยหายไปทั้งสามก็ต้องตกใจที่เห็นยักษ์ตนหนึ่งยืนอยู่หลังต้นมะพร้าว แต่สีหน้าของยักษ์ตนนั้นกลับยิ้มแบบเป็นมิตร และก็พูดว่า
ยักษ"เจ้าไม่ต้องกลัวข้า ข้าต่างหากที่ต้องขอบใจพวกเจ้าที่ปลดปล่อยข้าออกมาจากมะพร้าวลูกนี้ เอาล่ะเพื่อเป็นการตอบแทนพวกเจ้า ข้ามีพรให้เจ้าคนละข้ออยากจะได้อะไรก็ขอให้บอกมา เดี๋ยวข้าจะจัดให้"
เมื่อทั้งสามได้ยินดังนั้นก็ดีใจกันยกใหญ่ แล้วคนทีหนึ่งก็เป็นคนเริ่มขอพรก่อน
คนที่หนึ่ง"ข้าอยากเป็นเจ้าของบริษัท มีลูกน้องเป็นร้อย มีกิจการใหญ่โตครับ"
ยักษ์"เจ้าได้ตามคำขอนั้นทันที" แล้วหนุ่มคนที่หนึ่งก็หายไป ไปมีกิจการที่เขาใฝ่ฝันไว้
คนที่สอง"ข้าอยากเป็นเจ้าของร้านขายของที่ข้าทำงานอยู่ครับ"
ยักษ์"เจ้าได้ตามคำขอนั้นทันที" แล้วหนุ่มคนที่สองก็หายไป ไปมีกิจการที่เขาได้ตั้งใจไว้
มาถึงคนที่สามเขาหันไปมองบริเวณโดยรอบ ดูๆ แล้วเกาะนี้ก็สวยงามน่าอยู่มาก และที่สำคัญที่เกาะนี้ก็ไม่ต้องมีคำว่างานที่เขาขี้เกียจทำเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาจึงขอพรกับยักษ์ไปว่า
คนที่สาม"ข้าไม่อยากได้อะไรมาก ข้าอยากให้เพื่อนของข้าทั้งสองคนกลับมาอยู่กับข้าที่นี่ครับ"
ยักษ์"เจ้าได้ตามคำขอนั้นเดี๋ยวนี้" พูดจบยักษ์ก็หายตัวไป พร้อมๆ กับหนุ่มคนที่หนึ่งและหนุ่มคนที่สองก็กลับมาอยู่ที่เกาะนี่อีกครั้งแบบงงๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร หนุ่มคนที่สามก็แสดงท่าทางดีใจและก็พูดว่า
คนที่สาม"ดีใจมั๋ยเพื่อนฉันเป็นคนขอให้นายทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่เองแหละ"
คนที่หนึ่งและคนที่สองtttttttteeeeeeeee/eeeeeeeeeeennnnnnnnnnnnnnn.
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คบเพื่อนก็จงดูนิดนึงว่าเพื่อนจะพาเราไปทางไหน.นรกหรือสวรรค์
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น